วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557

กล้ารับผิดชอบ อย่าสร้าง"แพะ"เพิ่ม

"จอม เพชรประดับ"แจงถูกกล่าวหา เหตุทำหุ้นร่วง เตือน"ประยุทธ์"กล้ารับผิดชอบ อย่าสร้าง"แพะ"เพิ่ม





เวป Thai Voice Media ได้ตีพิมพ์คำชี้แจงของ "จอม เพชรประดับ" ดังนี้...

คำชี้แจง
จอม เพชรประดับ

กรณีถูกกล่าวหา เป็นเหตุทำให้หุ้นไทยร่วงรุนแรง เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2557

กรณี พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกรัฐบาล ให้สัมภาษณ์สื่อในประเทศไทยว่า ผม (นายจอม เพชรประดับ) เป็นสาเหตุของการปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ จนสร้างความตื่นตระหนก ทำให้หุ้นไทยร่วงลงอย่างรุนแรงที่สุดในรอบ 6 ปี เรื่องนี้ สร้างความไม่สบายใจและเป็นกังวลให้กับผมอย่างยิ่ง เพื่อความเป็นธรรมในการประกอบวิชาชีพของผมเอง และบุคคลที่ถูกพาดพิงถึงในการสัมภาษณ์ของผม จึงขอใช้โอกาสนี้ ชี้แจงทำความเข้าใจดังนี้

ประเด็นแรก – เรื่องข่าว “เบื้องหลัง สมเด็จพระบรม ทรงหย่า กับหม่อมศรีรัศมิ์” ที่อยู่ในเวปไซด์ “Thaivoicemedia.com”นั้น เป็นการอ้างแหล่งข่าวระดับสูงในราชวงศ์ ซึ่งข่าวนี้ ผมได้พูดคุยกับบุคคลที่เป็นแหล่งข่าวระดับสูงในราชวงศ์จริง และเหตุที่ได้นำเสนอข่าวนี้ออกไป เพราะเห็นว่า เป็นข้อมูลที่จะทำให้ประชาชนได้เข้าใจกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในราชวงศ์ ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่กำลังให้ความสนใจและต้องการที่จะรับรู้อย่างยิ่ง อีกทั้งเห็นว่า เป็นข้อมูลที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจ สมเด็จพระบรมฯ มากยิ่งขึ้น เพราะข่าวที่ออกมาโดยส่วนใหญ่อาจจะทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจได้ว่า “หม่อมศรีรัศม์” เป็นฝ่ายถูกกระทำ

รวมทั้งการพูดถึงพระอาการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถที่ทรงมีพระอาการดีขึ้นเป็นลำดับแล้วนั้น ก็ถือเป็นข่าวดีสำหรับคนไทย

ผมตระหนักดีว่า จำเป็นที่จะต้องระบุชื่อแหล่งข่าวอย่างชัดเจน ในทุกข่าวที่นำเสนอ แต่กรณีนี้ผมพิจารณาแล้วเห็นว่า หากระบุชื่อจริงลงไป ก็จะสร้างความเสียหาย และส่งผลกระทบต่อบุคคลที่เป็นแหล่งข่าวอย่างมาก แม้จะเป็นการพูดด้วยความปรารถนาดีและด้วยความรัก ห่วงใยต่อองค์รัชทายาทก็ตาม ซึ่งนี่ก็คือความรับผิดชอบที่สำคัญของสื่อมวลชนด้วยเช่นเดียวกัน

ประการที่สอง– เกี่ยวกับ “สถาบันพระมหากษัตริย์” ผมได้แสดงทรรศนะ ความคิด ความเชื่อของผมเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปแล้วหลายครั้ง ผมยืนยันอีกครั้งว่า ผมเป็นคนไทย คนหนึ่ง ที่มีสำนึกรักและศรัทธา สถาบันพระมหากษัตริย์ มาโดยตลอด แต่ในความเป็นสื่อมวลชน ก็ต้องอยู่กับข้อเท็จจริง ความเปลี่ยนแปลงผลิกผันของสังคมโลกยุคใหม่ และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคมไทยยุคปัจจุบัน ที่ต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์ ตรวจสอบ ในทุกเรื่อง ทุกประเด็นที่ส่งผลและเป็นปัจจัยในการดำเนินชีวิตของพวกเขา

“สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย” ซึ่งถูกสร้างให้กลายเป็นศูนย์รวมแห่งความศรัทธาสูงสุดของคนไทยทั้งชาติ เป็นใจกลางของความเป็นประเทศไทย จึงถูกท้าทายด้วยปรากฎการณ์ใหม่นี้ วัฒนธรรมของสังคมใหม่ ที่เน้นการตั้งคำถาม การตรวจสอบ การวิพากษ์วิจารณ์ เป็นปรากฎการณ์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และได้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทั้งภายในประเทศและในต่างประเทศ ในฐานะของสื่อมวลชน ซึ่งต้องทำงานบนพื้นฐานความสนใจและความเปลี่ยนแปลงใน สังคมโลกยุคปัจจุบัน จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องสำเสนอ หรือพูดถึงปรากฎการณ์ดังกล่าว

แม้เป็น“สื่อมวลชน” แต่ด้วยความเป็น “คนไทย” การตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์ “สถาบันพระมหากษัตริย์” ก็เป็นไปด้วยความรัก ความศรัทธา และด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้ “สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย” ดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงในผืนแผ่นดินไทย การที่คนไทยจำนวนมากให้ความสนใจใคร่รู้ในสถาบันอันเป็นสิ่งศรัทธาสูงสุดเวลานี้ จนนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ การตรวจสอบ การตั้งคำถาม ล้วนแล้วอยู่บนความปรารถนาดีที่ต้องการช่วย พยุงให้สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปให้ได้อย่างปลอดภัยนั่นเอง นี่คือความเชื่อมั่นและความรู้สึกนึกคิดของผมต่อ “สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย”

ประการที่สาม – การสัมภาษณ์ คุณจักรภพ เพ็ญแข อดีตนักการเมือง ที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ ในประเด็น “ความเปราะบางของสถาบันกษัตริย์ไทย” เป็นเหตุผลที่ต่อเนื่องจากคำอธิบายดังกล่าวข้างต้น และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ คุณจักรภพ ให้สัมภาษณ์ในเชิงการตั้งคำถาม การวิพากษ์วิจารณ์ต่อสถาบันกษัตริย์ไทย แต่ได้ทำมาแล้วหลายครั้ง ในการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยดิ่งร่วงลงอย่างที่สุดแต่อย่างใด

ประการที่สี่ – คุณสรรเสริญ แก้วกำเนิด หรือแม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้นำรัฐบาลเผด็จการทหารไทย พยายามยัดเยียดให้ผมเป็น “ทาสรับใช้ระบอบทักษิณ” ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชิงชังอย่างยิ่ง ทั้ง ๆ ที่ผมพยายามอธิบาย ชี้แจง และได้พิสูจน์ตัวเองในเรื่องนี้มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง

การทำหน้าที่สื่อมวลชนของผม ต้องใช้ความอดทน และพยายามอย่างยิ่ง ที่ต้องมั่นคงอยู่กับข้อเท็จจริง สร้างความเป็นธรรม และพยายามรักษาปกป้อง สิทธิเสรีภาพ ความเท่าเทียม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามวิถีทางประชาธิปไตย แต่ก็ไม่วายต้องถูกต้องผลักไสให้ไปอยู่กับฝ่ายฝั่งตรงกันข้ามเสียทุกครั้ง

คงจำกันได้ ในยามที่บ้านเมืองอยู่ภายใต้อำนาจของ “ระบอบทักษิณ” ผมเองก็ถูกกระทำและถูกขัดขวางการทำหน้าที่สื่อมวลชน จนไม่อาจปฎิบัติหน้าที่ต่อไปได้จากอำนาจของฝ่าย “ระบอบทักษิณ” ด้วยเหมือนกัน

เป็นความไม่เป็นธรรมสำหรับผม อย่างยิ่ง ที่กลุ่มอำนาจทั้งหลายที่ขัดแย้ง และพยายามแย่งอำนาจกันเอง แต่กลับทำให้ผมกลายเป็น “แพะทางการเมือง” เสียทุกครั้ง แม้ในยามนี้ที่ชีวิตของผมต้องประสบกับความยากลำบากอย่างที่สุด ในเวลานี้ ผมไม่เคยได้รับความช่วยเหลือ จาก คุณทักษิณ ชินวัตร หรือแม้แต่กลุ่มการเมืองใด ๆ เลย มีเพียงเพื่อนพี่น้องคนไทยที่ห่วงใย และรักในบ้านเมืองไทยเท่านั้นเองที่คอยให้ความเมตตาช่วยเหลือผมอยู่ในขณะนี้

ผมขอวิงวอนว่า อย่าทำให้การปฎิบัติหน้าที่สื่อมวลชนของผมไปให้เครดิตกับ ระบอบทักษิณ หรือกลุ่มการเมืองใดอีกเลย

ประการสุดท้าย – ความผิดพลาด และล้มเหลวในการบริหารประเทศ ของ รัฐบาลเผด็จการทหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีหลายเรื่อง หลายประเด็น ล้วนแล้วสร้างความเสียหายต่อคนไทยอย่างรุนแรงอยู่ในเวลานี้ พล.อ.ประยุทธ์ และบุคคลที่อยู่ในคณะรัฐบาลควรจะหันกลับมาพิจารณาตัวเองมากว่า แทนที่จะโยนความผิดพลาดนี้ให้กับ ผม หรือ บุคคลอื่น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้อำนาจสูงสุดมาด้วยการทำรัฐประหาร ซึ่งไม่ชอบธรรมอยู่แล้ว แต่หากต้องพิสูจน์ความเสียสละและความจริงใจที่ต้องการทำเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง ก็ต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ และด้วยจิตใจที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ที่สำคัญต้องมีความรับผิดชอบในความผิดที่เกิดขึ้น กรณีหุ้นดิ่งลงเหวอย่างรุนแรงที่สุดในรอบ 6 ปี เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา ในเบื้องต้น พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องโยนความรับผิดชอบนี้ไปที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ในฐานะผู้รับผิดชอบเบื้องต้นมากกว่า แทนที่จะเอา ผม ไปเป็นแพะ เหมือนกับความล้มเหลวอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ท่านมีอำนาจสูงสุดในประเทศ

ขอย้ำและขอยืนยันอีกครั้งว่า แม้ผมไม่สามารถอยู่ในประเทศอันเป็นที่รักของผมได้ แต่ก็ยังคงยืนยันที่จะทำหน้าที่สื่อมวลชนไทย เพื่อเรียกร้อง ปกป้อง สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค ความเท่าเทียมในความเป็นมนุษย์ให้กับคนไทยทั้งแผ่นดินต่อไป เพื่อวันหนึ่งคนไทยทั้งประเทศจะได้ภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของประเทศไทยที่แท้จริง แม้สุดท้ายผมเองอาจจะไม่มีวันกลับมาตายในแผ่นดินอันเป็นที่รักของตัวเองก็ตาม

ด้วยความรักและความปรารถนาดีต่อทุกคน
จอม เพชรประดับ


ปฎิกิริยาสื่อมวลชนเวลาหุ้นตก
สหรัฐฯ : วิเคราะห์ข้อมูลการผลิตการค้าการเงิน
ไทย : ตามหาคนปล่อยข่าวลือต่างๆนานา

กานดา นาคน้อย
...

สงสารตัวเอง สงสารเพื่อนร่วมชาติทีได้ผู้นำเฮงซวย

หมอบคลานไทยในสายตาชาวโลก





การหมอบคลาน ธรรมเนียมไทยที่ครั้งหนึ่งเคยปรากฏ
ไหลถึงร­าชสำนักฝรั่งเศส กลับถูกกษัตริย์ไทยยกเลิก
เพื่อให้มีอารยะต­ามธรรมเนียมฝรั่ง ปัจจุบัน 
แฟชั่นหมอบคลานกลับมาอีกครั้ง น่าสงสัยว่า
ธรรมเนียมไทยย้อนยุคนี้จะถูกมอ­งอย่างไรในสายตานานาชาติ

วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2557

Google ไทยแลนด์ จุดเปลี่ยนความพร้อมของประชาชน

จุดเปลี่ยนของประเทศ จากความพร้อมของประชาชน 

Google ไทยแลนด์ แต่งตั้ง 
"อริยะ พนมยงค์" 
อดีตผู้บริหารกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น 
เป็นแม่ทัพกูเกิ้ลเมืองไทย 
น.ส.พรทิพย์ กองชุน 
เป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาด 





เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา กูเกิลประเทศไทย
ได้เปิดตัวสำนักงานบนพื้นที่ 1,100 ตารางเมตร
ใจกลางกรุงเทพมหานคร บนถนนวิทยุ
โดยสำนักงานกูเกิลในไทย ถือเป็นลำดับที่ 3
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก-เฉียงใต้
เริ่มตั้งแต่สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

นายอริยะ พนมยงค์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ
บริษัทกูเกิล ประเทศไทย เปิดเผยว่า
เชื่อว่าในปีหน้าจะเป็นปีแห่งการเติบโตของกูเกิล
และถือเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศ
จากความพร้อมของประชาชน
ซึ่งมีการใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านมือถือแล้วถึง
44 ล้านคน และการขับเคลื่อนนโยบาย
เศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy) ของรัฐบาล

“Google ประเทศไทย” เปิดบ้านใหม่อย่างเป็นทางการ
ที่ชั้น 14 ปาร์คเวนเชอร์ อีโค่เพล็กซ์ กรุงเทพ



























































ของขวัญเพ้อเจ้อ

ของขวัญเพ้อเจ้อ 

และแล้วประยุทธ์ จันทรโอชา
ก็ยืมคำฮิต คำว่า เป็นไปตามกลไกล การตลาด
จากนายหัวชวน หลักภัยมาใช้จนได้ 

เริ่มจากดัชนีหุ้นตกวินาศสันตะโลว่า
หุ้นตกเป็นไปตามกลไกล การตลาด
ทั้งๆ ที่พวกตัวเองบริหารงานพลาด
ก็โยนผิดให้ไอ้โม่ง
(คงไม่พ้นเอาชื่อทักษิณ มาเป็นแพะ)

ดีใส่ตัวชั่วให้คนอื่น
กลไกลการตลาดแบบ ชวนเชื่อประยุทธ์
กลับละเอาไว้ในใจ เมื่อใช้โอกาส
ของราคาน้ำมันโลกตก
ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันในไทยว่า
คณะคสช. ครม. ลดราคาน้ำมัน
เป็นของขวัญของคนไทย

แสบนี้ไม่แสบเท่าพวกเดียวกัน
ด่าพวกเดียวกันเอง !!
ด่าได้แสบแบบไม่เคยเรียกไปปรับทัศนคิต ฮา

“ตุ๋นเปื่อยลดราคาน้ำมัน” สลิ่มรวมหัวถล่ม
ต้มของขวัญปีใหม่
“รสนา” โชว์ดราม่า “เมกา” ยังถูกกว่าเยอะ
































































ภายหลังคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติจะให้ลดราคาน้ำมัน โดยน้ำมันเบนซินให้ลดราคาลงลิตรละ 2 บาท ส่วนน้ำมันดีเซล ลดลงลิตรละ 1 บาท และให้ผลในวันที่ 16 ธันวาคม 2557 ซึ่งหลายฝ่ายพยายามโยงว่าเป็นของขวัญปีใหม่ของทางรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น ล่าสุดดูเหมือนจะมีปฏิกิริยาออกมาจากกลุ่มอดีตแนวร่วม กปปส.เดิม และกลุ่มแนวร่วมปฏิรูปพลังงานอย่างหนัก โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลราคาน้ำมันชนิดต่างๆ ที่ยังคงระดับราคาที่สูงอยู่เมื่อเทียบกับราคาน้ำมันในต่างประเทศ รวมทั้งเมื่อเทียบสัดส่วนกับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง
โดยตรวจสอบพบว่า ผู้ใช้เฟสบุ๊กไอดี “Surachai Sawang” ได้แชร์ข่าวการลดราคาน้ำมันเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทย มาจากเว็บไซด์ไทยรัฐออนไลน์ พร้อมเขียนข้อความระบุว่า “ไม่ใช่ของขวัญ น้ำมันตลาดลดลงอยู่แล้ว ท่านจะเป็นคนหลอกประชนอีกคนจริงจริงเหรอ” ส่งผลทำให้บรรดาแนวร่วมปฏิรูปพลังงานกลุ่มต่างๆ ที่เเคลื่อนไหวสนับสนุนแนวทางกลุ่มสลิ่มทวงคืนพลังงาน รวมไปถึงเคยสนับสนุนการเคลื่อนไหว กปปส.และกลุ่มพันธมิตรหลากหลายกลุ่ม เข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อท้ายเป็นจำนวนมาก โดยทั้งหมดมุ่งเป้าโจมตีประเด็นการลดราคาน้ำมันที่ไม่มีความจริงใจ เพราะราคาน้ำมันในตลาดโลกยังลดลงมากกว่านี้อีกหลายเท่าตัว

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สาวงามจากแอฟริกาใต้ได้ตำแหน่งมีสเวิล์ดปี 2014

Miss South Africa crowned Miss World 2014 
































สาวงามชาวแอฟริกาใต้ นาม Rolene Strauss โรเรเน่ สตราส์ 
ได้รับเลือกเป็นมีสเวิล์ดในการประกวดความงามระดับนานาชาติ
ของ ICC ที่ลอนดอน

สเตราส์ อายุ22,  เอาชนะผู้เข้าแข่งขันประเทศอื่น ๆ - ได้คะแนนรวมทั้งวิ่งขึ้นจากฮังการี (ดิKulcsár) 
และสหรัฐอเมริกา (เอลิซาเบ Safrit) - มาเป็นอันดับที่ 1 ในการประกวดมีสเวิล์ดนานาชาติ
คว้าชัยชนะใจกรรมการนำมงกุฎที่ประดับด้วยเพชรพลอยกลับบ้านได้เป็นผลสำเร็จ

 เธอเป็นหนึ่งในสี่ปีนักศึกษาแพทย์ (และลูกสาวของแพทย์และพยาบาล)




ญี่ปุ่น-พรรครัฐบาลชนะเลือกตั้งขาดลอย

พรรครัฐบาลผสมของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ 
ชนะการเลือกตั้งเมื่อวานนี้ได้อย่างถล่มทลาย 
โดยยังรักษาที่นั่งได้เกิน 2 ใน 3 
ขณะที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิน้อยเป็นประวัติการณ์





อย่างไรก็ตาม ชัยชนะครั้งนี้ถูกมองว่าไม่ใช่ตัวชี้วัด
ความนิยมในนโยบายของนายกรัฐมนตรีอาเบะ 
แต่เป็นเพราะพรรคฝ่ายค้านของญี่ปุ่นอ่อนแอ 
ทำให้คนไม่มีทางเลือก 
และหิมะที่ตกหนักเมื่อวานนี้ก็ทำให้ชาวญี่ปุ่น
หลายคนก็เลือกอยู่บ้าน 
แทนที่จะออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียง 
โดยมีรายงานว่า 
ทั่วประเทศมีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง
เพียงร้อยละ 52.4 ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์
ด้านนักวิเคราะห์กล่าวว่าผลการเลือกตั้ง
จะส่งผลดีต่อตลาดหุ้น 
แต่ส่งผลลบต่อเงินเยนในระยะสั้น 
และคาดว่านายอาเบะ
จะยังคงยึดนโยบายธนู 3 ดอกคือ 
การผ่อนคลายทางการเงินสุดขีด 
เพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ และการปฏิรูป