วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สนทนาหัวข้อ "เสรีภาพสื่อ" บีบีซีไทย




บีบีซีไทยจัดให้มีการสนทนาสดผ่านวิดีโอเป็­นครั้งแรก
ในหัวข้อ "เสรีภาพสื่อ" นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารครั้งล่าสุด
เมื­อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557

ฑูตอังกฤษประจำประเทศไทยชวนคนไทยพูดคุยผ่านสื่อ


มาร์ค เคนท์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร เปิดบล็อกส่วนตัวเขียนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติ แสดงความเชื่อมั่นสถาบันกษัตริย์กับประชาธิปไตยอยู่ร่วมกันได้อย่างดี 
แต่ต้องมีเสรีภาพในความเชื่อและแสดงความเห็น ชี้อำนาจเบ็ดเสร็จมักก่อให้เกิดการฉ้อโกงเบ็ดเสร็จ ระบุความเสมอภาค-เสรีภาพทางการแสดงควาเห็นจะทำให้สังคมรุ่งเรือง
       
       เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา นายมาร์ค เคนท์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยซึ่งเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่ปี 2555 ได้เขียนในบล็อกส่วนตัวเผยแพร่ในเว็บไซต์ blogs.fco.gov.uk/ แสดงความเห็นซึ่งเขาระบุว่าเป็นความเห็นส่วนตัว โดยจะเริ่มเกี่ยวกับนโยบายความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรกับประเทศไทยในหลายแง่มุมทุกสัปดาห์
       
       ในบล็อกแรกนี้ เคนท์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย 
แสดงความเห็นต่อ 5 ประเด็นหลักด้วยกัน คือ


 Beginning blogging again
       August 27, 2014
       This post is also available in: อังกฤษ
    
       “ผมกลับมาเขียนบล็อกอีกครั้งหลังจากหายไปเกือบ 4 ปี ผมเคยเขียนเมื่อตอนเป็นทูตที่เวียดนาม 

จากนั้นมาผมก็ไปใช้ทวิตเตอร์ ตอนนี้ผมจะพยายามทำพร้อมๆ กันทั้งสองอย่าง
    
       ในการเขียนบล็อกครั้งแรกนี้ผมจะพยายามเขียนเกี่ยวกับตัวผมครับ
    
       ผมเติบโตจากหมู่บ้านเล็กๆ ในชนบทของประเทศอังกฤษที่แคว้นลิงคอล์นเชียร์ 

พ่อของผมเป็นเกษตรกรและก็ขับรถบรรทุก ส่วนแม่ของผมเป็นครู ผมเรียนในโรงเรียนประจำท้องถิ่น 
และมีโอกาสได้ไปเรียนกฏหมายที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด และได้เรียนต่อปริญญาโทด้านกฎหมายยุโรป 
และเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ประวัติการทำงานของผมดูได้ที่นี่ 
ผมเป็นข้าราชการมาตลอดชีวิตการทำงานของผม และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทางการเมือง
    
       บล็อกของผมเสนอความคิดเห็นและมุมมองส่วนตัวของผม ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเป็นความเห็น

ของรัฐบาลอังกฤษ ผมจะพยายามอธิบายถึงนโยบายของสหราชอาณาจักรอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ 
โดยจะเน้นที่ประเทศไทยและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสหราชอาณาจักร 
ผมจะพยายามเขียนบล็อกเป็นรายสัปดาห์
    
       ดังนั้น ผมจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมโดยเกริ่นนำถึงสิ่งที่ผมเชื่อมั่นและประเด็นต่างๆที่ผมจะเขียนถึง
    
       • ด้านสถาบันพระมหากษัตริย์ ในฐานะเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย 

ผมเป็นผู้แทนพระองค์สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ผมได้เข้าเฝ้าฯ 
พระองค์สองครั้งก่อนปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเอกอัครราชทูต สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ 
และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก 
ผมเทิดทูนสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจตลอดระยะเวลากว่า 60 ปี 
และผมก็ตระหนักถึงความจงรักภักดีอันท่วมท้นที่ประชาชนชาวไทยมีต่อ 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยเช่นกัน สถาบันพระมหากษัตริย์อังกฤษ
ได้ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสังคมในระยะเวลาที่ผ่านมาและเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนส่วนใหญ่ 
เช่น เมื่อครั้งที่สมเด็จพระราชินีนาถทรงปรากฏพระองค์ในกีฬาโอลิมปิกลอนดอน 2012 
ความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระราชินีนาถ ไม่ได้เกิดจากการใช้กฎหมายใดบังคับ 
คนที่ไม่นิยมสถาบันพระมหากษัตริย์มีจำนวนน้อย แต่พวกเขาได้รับเสรีภาพ
ในการยึดมั่นกับความเห็นของตน ผมเชื่อในการปกครองระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ 
และเชื่อว่าไม่มีความจำเป็นต้องเลือกระหว่าง
สถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาธิปไตย ทั้งสองอยู่ด้วยกันได้อย่างดี
     
       • ด้านประชาธิปไตย
โดยย่อ ดังที่อับราฮัม ลินคอล์นกล่าวไว้ว่า 
“การปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน” 
ประชาธิปไตยนั้นไม่สมบูรณ์แบบ โดยอดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ วินสตัน เชอร์ชิล 
เคยกล่าวไว้ว่า เป็นระบบการปกครองที่แย่ที่สุด ถ้าไม่นับระบบอื่นทั้งหมดที่ได้ลองกันมา 
นอกจากนั้น ประชาธิปไตยในหลายประเทศทั่วโลกก็แตกต่างกันออกไป 
แต่จุดร่วมก็คือ รัฐบาลเป็นตัวแทนที่แท้จริงของเจตจำนงแห่งผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั้งมวล
    
      
 • ด้านหลักนิติธรรม ทุกคนควรมีความเท่าเทียมกันตามกฎหมาย 
กฎหมายให้สิทธิและหน้าที่ซึ่งควรนำไปใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน 
ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับคำพูดของลอร์ดแอคตัน ที่ว่าอำนาจมักทำให้เกิดการฉ้อโกง 
และอำนาจเบ็จเสร็จก็ทำให้เกิดการฉ้อโกงอย่างเบ็จเสร็จ
    
       
• ความเสมอภาคของโอกาสในสังคม โดยไม่สนใจภูมิหลังทางสังคม 
สถานที่ เพศ ชาติพันธุ์ หรือรสนิยมทางเพศ การยอมรับความหลากหลาย
และการมีส่วนร่วมของทุกส่วนในสังคมในการพัฒนาและการปกครอง
    
      
 • เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น สิทธิในการท้าทายและการแสดงความเห็น
ที่แตกต่างอย่างสันติเป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาในทุกสังคม นำมาซึ่งทัศนะที่แตกต่างกัน
และสำนึกการมีส่วนร่วมในสังคม ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าจะก่อให้เกิดสังคมที่มีพลวัต 
เจริญรุ่งเรือง และมีนวัตกรรม สื่อมวลชนและสื่อสังคมก็มีบทบาทที่สำคัญ
    
       • ผมขอเตือนว่าผมเป็นแฟนฟุตบอลและแฟนสโมสรอาร์เซนอลตัวยง…
    
       ผมตระหนักดีว่าประเทศของผมนั้นไม่ได้สมบูรณ์แบบ มีข้อบกพร่องและจุดอ่อนหลายประการ 

(เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ทุกประเทศ) แต่ผมเชื่อว่าเราจะเข้มแข็งขึ้นทั้งในฐานะปัจเจกบุคคลและสังคม 
จากการแลกเปลี่ยนความเห็นและประสบการณ์ต่างๆ เราสามารถเรียนรู้ได้มากจากทั้งความล้มเหลว
และความสำเร็จของเรา ประวัติศาสตร์สอนเราหลายอย่าง แต่ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
และมีสิ่งท้าทายต่างๆเกิดขึ้น เราจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่รอบตัวเรา
     
 
ผมจะแบ่งปันความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ในสัปดาห์ต่อๆ ไป 
ในบล็อกจะมีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย 
ผมยินดีรับความคิดเห็นและคำถามต่างๆ จากคุณ 
กรุณาเคารพผู้อื่นและงดใช้ในทางที่ผิด 
ข้อกำหนดและเงื่อนไขของเราดูได้ที่นี่ 
คุณสามารถติดตามผมได้ทางทวิตเตอร์ที่ @KentBKK 
และติดตามสถานทูตได้ที่ @UKinThailand 
และ UKinThailand เฟซบุ๊ก
       

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557

นายกฯประยุทธ์ จอมโกหกตอแหล

“ประยุทธ์” ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี วันแรก อนุมัติงบประมาณกว่า 1 แสนล้านบาท

26 สิงหาคม 2014

พ.อ.วินธัย สุวารี และ นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 
ร่วมกันแถลงภายหลังการประชุม คสช. เพื่อการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดิน 
ครั้งที่ 12/2557 เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2557 ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 
นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธาน ว่า คณะ คสช. 
มีความเห็นว่าเรื่องเร่งด่วนของประเทศยังคงเป็นเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ 
ทั้งปัญหาเฉพาะหน้าและมาตรการระยะยาว การแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร 
การแก้ปัญหายางพารา ทั้งมาตรการระยะสั้นและระยะยาว 
และได้สั่งการให้เร่งพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ 
การให้ความสำคัญกับการกำจัดขยะอย่างเป็นระบบ 
และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เน้นการดำเนินการในรูปแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน 
และขอให้ทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรม 
รวมทั้งสั่งการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 
หาทางดูแลและแก้ไขปัญหาที่ประชาชนใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตอย่างไม่เหมาะสมด้วย

ทั้งนี้ ในการประชุม มีการอนุมัติโครงการแผนงานต่างๆ 
และอนุมัติงบประมาณ รวม 104,747.313 ล้านบาท ดังนี้

อนุมัติงบแก้ปัญหายางพาราทั้งระบบ 5 หมื่นล้านบาท



คสช. เห็นชอบแนวทางพัฒนายางพาราทั้งระบบระยะเวลา 10 ปี 
ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2557 – ต.ค. 2567 วงเงินสินเชื่อรวม 50,000 ล้านบาท 
เป็นส่วนที่รัฐต้องชดเชยดอกเบี้ยและค่าบริหารจัดการรวม 5,938.25 ล้านบาท 
แยกเป็นโครงการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกร
เพื่อรวบรวมยางวงเงินรวม 30,000 ล้านบาท เป็นสินเชื่อจากธนาคาร
เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 
โครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพาราวงเงิน 5,000 ล้านบาท
จาก ธ.ก.ส. และโครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์
ยางพาราวงเงิน 15,000 ล้านบาท โดยเป็นเงินสินเชื่อจากธนาคารออมสิน

ทั้งนี้ ในส่วนของโครงการเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการในปีงบประมาณ 2557 
โดยขอใช้งบกลางปี 2557 วงเงิน 977.75 ล้านบาท 
แบ่งเป็นการชดเชยดอกเบี้ยและค่าประกันวินาศภัยและบริหารโครงการ
ในโครงการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกร
เพื่อรวบรวมยางวงเงินรวม 350 ล้านบาท 

ส่วนโครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพาราในปี 2557 
จะใช้งบกลางจากรัฐบาลสนับสนุนรวม 177.75 ล้านบาท 
สำหรับโครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ยางพาราในปี 2557 
จะใช้เงินชดเชยดอกเบี้ยและค่าบริหารจัดการจากรัฐบาลวงเงิน 450 ล้านบาท

ทั้งนี้ หัวหน้า คสช. มีความเป็นห่วงเรื่องราคายางพาราตกต่ำ 
จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการหาแนวทางแก้ไขปัญหา 
ทั้งการหาตลาดเพิ่ม และพยายามให้ระบบการรับซื้อยางพาราเป็นไปตามปกติ 
ไม่กดราคารับซื้อ ขณะที่ในระยะยาวต้องส่งเสริมให้เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ยาง 
โดยมีสถาบันการเงินให้สินเชื่อสนับสนุน และหาแนวทางนำยางพารา
ไปใช้ในประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด และพิจารณาตามหลักอุปสงค์อุปทาน 
ให้ปริมาณการผลิตเหมาะสมกับปริมาณความต้องการ 
โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดทำแผนที่เป็นรูปธรรมต่อไป 
พร้อมทั้งให้พิจารณาจัดตั้งสถาบันวิจัยยางในอนาคตด้วย

อนุมัติงบ 677 ล้าน ฟื้นฟูมาบตาพุด

คสช. เห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ
และสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะเลขานุการ 
คณะกรรมการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก (กพอ.) 
เสนอ 4 เรื่อง คือ 

1. เห็นชอบ 8 แผนงานเร่งด่วน เพื่อพัฒนาพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง 
มูลค่า 677.62 ล้านบาท โดยให้ใช้งบกลางปี 2557 
2. โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะถนน 
3. การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะขยะรวมถึงมลพิษทางอากาศ และ 
4. การแก้ไขปัญหาน้ำเสีย และบริหารจัดการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขาดน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก

คสช. สั่งการให้ สศช. ไปรวบรวมรายละเอียดการอนุมัติโครงการต่างๆ 
ในการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกหรืออีสเทิร์นซีบอร์ด 
ตั้งแต่ปี 2555-2557 รวมกว่า 100 โครงการ 
และสั่งการให้ติดตามความคืบหน้าและสามารถดำเนินการตามที่ของบประมาณไว้

อนุมัติสร้างบ้านคนจน 3.4 หมื่นล้านบาท

คสช. อนุมัติให้การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ลงทุนพัฒนาที่อยู่อาศัย
สำหรับผู้มีรายได้น้อย ปี 2557-2560 กรอบวงเงิน 34,198.475 ล้านบาท 
แบ่งเป็นการลงทุนในปี 2557 จำนวน 38 โครงการ 16,446 ยูนิต 
งบประมาณ 9,577.752 ล้านบาท ใช้เงินอุดหนุนจากรัฐบาล 1,249 ล้านบาท 
เงินกู้ในประเทศ 7,1213.57 ล้านบาท และใช้รายได้ของการเคหะเอง จำนวน 1,214.224 ล้านบาท

อนุมัติเงินอุดหนุนองค์การปกครองท้องถิ่น 8,500 ล้านบาท

คสช. อนุมัติงบประมาณ 8,500 ล้านบาท เพื่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ 
ให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งละ 1 ล้านบาท 
เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน 
ส่งเสริมอาชีพ และส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งนี้ คสช. 
ได้สั่งการว่าวงเงินส่วนนี้ห้ามนำไปใช้เพื่อดำเนินโครงการศึกษาดูงาน

อนุมัติงบเพิ่มเติมการประปาภูมิภาค 1 หมื่นล้านบาท

คสช. อนุมัติงบประมาณการลงทุนให้การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) 
เพิ่มเติม 4 โครงการ วงเงินรวม 10,831.218 ล้านบาท ประกอบด้วย 
โครงการปรับปรุงและขยายการประปาภูมิภาครังสิต, 
เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี, อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ จ.ปทุมธานี 
ทั้งนี้ ในส่วนของเกาะสมุย ต้องจัดทำรายงานผลกระทบ
ด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอก่อน จึงจะเริ่มดำเนินโครงการได้

อนุมัติงบแก้ปัญหาขยะมูลฝอย 520 ล้านบาท

คสช. เห็นชอบตามที่ฝ่ายสังคมและจิตวิทยาเสนอ 
โครงการโรดแมปกำจัดขยะมูลฝอยและขยะอันตรายในพื้นที่วิกฤติ 
วงเงิน 520 ล้านบาท จากรายการงบกลางกรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน 
เพื่อกำจัดขยะในพื้นที่ จ.นครปฐม ลพบุรี ราชบุรี สมุทรปราการ

คสช. สั่งการยุบกองทุนเงินหมุนเวียน 3 แห่ง

ในการประชุมครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2557 คสช. 
ได้อนุมัติให้ยุบเลิกเงินทุนหมุนเวียน 3 แห่ง ได้แก่ 
เงินทุนหมุนเวียนโรงงานฟอกหนัง 
เงินทุนหมุนเวียนข่าวสารการพาณิชย์ และ
เงินทุนหมุนเวียนดำเนินการโครงการผลิตถ่านหินเป็นพลังงานทดแทน 
ภายในปีงบประมาณ 2557 พร้อมทั้งอนุมัติให้มีการช่วยเหลือ
เยียวยาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่บุคลากรของเงินทุนทั้ง 3 แห่ง 
ที่ได้รับผลกระทบ โดยในส่วนลูกจ้างประจำนั้นให้ได้รับเงินช่วยเหลือ
ในอัตรา 15 เท่าของเงินเดือนเดือนสุดท้าย 
ช่วยลูกจ้างชั่วคราวให้ได้รับเงินชดเชยกรณีเลิกจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 
โดยให้นับระยะเวลาการทำงานที่ลูกจ้างได้ทำงานกับเงินทุนทั้งหมด 
แต่กรณีลูกจ้างชั่วคราวของทุนหมุนเวียนฟอกหนังให้ได้รับเงินช่วยเหลือ
เท่าลูกจ้างประจำ ทั้งนี้ ลูกจ้างทั้งหมดจะได้รับค่าชดเชยที่อยู่อาศัยรายละ 35,000 บาท 
และค่าขนย้าย 10,000 บาท โดยทั้งหมดนี้ให้ใช้เงินจากทุนหมุนเวียนแต่ละแห่ง 
แต่หากไม่พอให้ใช้งบประมาณจากกระทรวงต้นสังกัด

ทั้งนี้ เหตุผลที่ต้องมีการยุบเลิกทั้ง 3 ทุนหมุนเวียนเนื่องจากอยู่ในฐานะขาดทุน 
บางกรณีไม่สามารถแข่งขันกับเอกชนได้เนื่องจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป 
โดยกองทุนฟอกหนังปัจจุบันมีเงินคงเหลือ 101 ล้านบาท, 
กองทุนข่าวสารพาณิชย์ ขาดทุน 3.7 ล้านบาท, 
กองทุนผลิตถ่านหินเพื่อพลังงานทดแทน เหลือเงิน 118 ล้านบาท

เห็นชอบแนวทางแก้หนี้นอกระบบ

เห็นชอบแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน 
ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมุ่งเน้นแก้ปัญหาที่สาเหตุทั้งด้านสินเชื่อ
และศักยภาพการหารายได้ โดยให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหา
ควบคู่ไปกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เช่น ธนาคารออมสิน 
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 
หรือธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็นต้น 
พร้อมกำหนดให้ศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือ อปท. 
เพื่อรับเรื่องร้องทุกข์และเรื่องร้องเรียนปัญหาหนี้นอกระบบของประชาชนทั้งหมด
เพื่อประสานกับกลไกการแก้ไขปัญหาฯที่กระทรวงการคลังวางไว้ 
ซึ่งล่าสุดกระทรวงการคลังได้สั่งการให้ธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส. 
ตั้งจุดให้คำปรึกษาปัญหาหนี้นอกระบบให้ครบทุกสาขาทั่วประเทศ แล้ว

ธกส.ปล่อยกู้ 10,000ล้านปลดหนี้นอกระบบเกษตรกร

บอร์ด ธ.ก.ส. ไฟเขียวมาตรการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ 
อนุมัติงบ 10,000 ล้านบาท ช่วยเหลือเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน
รายละไม่เกิน 1 แสนบาท ดอกเบี้ยต่ำเพียง 12% ต่อปี 
ผ่อนชำระนาน 10 ปี เตรียมจัดทำประกันสินเชื่อให้ฟรี
พร้อมเติมหลักสูตรบริหารเงินและอาชีพ

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2557 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 
สำนักงานใหญ่ ได้แถลงข่าว “โครงการแก้ไขหนี้นอกระบบ
ของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน” นายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ 
รองผู้จัดการ ธ.ก.ส.เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. 
มีมติจัดทำโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบของเกษตรกร
และบุคคลในครัวเรือน วงเงิน 10,000 ล้านบาท 
วงเงินนี้สามารถปรับเพิ่มได้หากมีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวนมาก 
โดยเริ่ม 1 กันยายน 2557 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2558

ข้อกำหนดของผู้เข้าร่วมโครงการคือ หนี้นอกระบบดังกล่าว
จะต้องเป็นหนี้ที่มีต้นเงินและดอกเบี้ยรวมกันสุทธิหลังประนอมหนี้
แล้วคงเหลือไม่เกิน 100,000 บาท และต้องเป็นหนี้ที่เกิดจากเหตุสุจริตจำเป็น
และเป็นภาระหนัก รวมทั้งเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 กันยายน 2557 
และมีเอกสารหลักฐานการเป็นหนี้จริง ซึ่งการหากทำการตรวจสอบข้อมูล
และวิเคราะห์หนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สามารถอนุมัติจ่ายให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการภายใน 15 วัน

โดยวงเงินกู้ต่อรายไม่เกิน 100,000 บาท 
อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 12 ต่อปี 
กรณีที่ผู้กู้ไม่สามารถชำระคืนเงินกู้
ที่ถึงกำหนดทั้งหมดหรือบางส่วน 
โดยไม่มีเหตุอันสมควรผ่อนผัน 
ธนาคารจะคิดเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 3 ต่อปี

กำหนดระยะเวลาชำระหนี้คืนไม่เกิน 10 ปี กรณีพิเศษไม่เกิน 12 ปี 
โดยสามารถใช้อสังหาริมทรัพย์ เงินฝาก การค้ำประกันกลุ่ม 
และ/หรือบุคคลค้ำประกันได้ รวมทั้งผ่อนปรน
ให้ข้าราชการจากกระทรวงต่างๆ 
สามารถมาเป็นผู้ค้ำประกันได้จำนวน 1 คน

นอกจากนี้มีโครงการช่วยเหลือลูกหลานเกษตรกรที่มาทำงานในกรุงเทพฯ 
และปริมณฑล คือโครงการ “สินเชื่ออุ่นใจคนไกลบ้าน” 
ที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนไม่ว่าจะเป็นในด้านการประกอบอาชีพ
หรือในชีวิตประจำวัน ก็สามารถใช้สินเชื่อโครงการนี้ได้ในวงเงิน 100,000 บาท 
โดยคาดว่าโครงการนี้จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยป้องกัน
ไม่ให้เกษตรกรรวมทั้งลูกหลานก่อหนี้นอกระบบ

พร้อมกันนั้น ธ.ก.ส. ได้กำหนดให้ “ผู้กู้” ต้องเข้ารับการอบรม
ฟื้นฟูหลักสูตรบริหารทุนและหนี้ เพื่อปรับแนวคิดในการดำเนินชีวิต 
เช่น มีการจัดทำบัญชีครัวเรือน เพื่อเป็นแนวทางลดค่าใช้จ่าย
และออมเงินเพื่อสร้างฐานะ รวมถึงสามารถชำระหนี้ได้ 
และหลักสูตรการสร้างรายได้เพื่อสนับสนุนให้ประกอบอาชีพที่เหมาะสม
ตามภูมิสังคมและมีรายได้พอเพียง รวมถึงมีเงินเหลือออม โ
ดย ธ.ก.ส. จะจัดอบรมให้สำหรับรายที่พิจารณาแล้วว่ามีปัญหา
ในการประกอบอาชีพ ทั้งนี้ ธ.ก.ส. จะเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด

สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในครั้งนี้ 
มาตรการที่ทาง ธ.ก.ส. นำเสนอนั้นเป็นมาตรการสำหรับเกษตรกร
ที่มีหนี้นอกระบบเป็นภาระหนัก คือมียอดหนี้อยู่ในวงเงิน 100,000 บาท 
ส่วนหนี้นอกระบบที่เกินกว่า 100,000 บาทนั้น จะอยู่ในขอบข่าย
ของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (สป.กษ.) 
และกรณีหนี้นอกระบบที่ไม่อยู่ในเกินขอบข่ายที่ ธ.ก.ส. 
และ สป.กษ. อาจมีมาตรการในการเชิญทางเจ้าหนี้
และลูกหนี้มาพูดคุย ก่อนที่จะมีการอนุมัติปล่อยสินเชื่อ 
แต่แนวทางนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

คนมีสีพกปืนเอ็ม 16 รุมกระทืบการ์ดคุมพับ

แจ้งจับคนมีสีพกเอ็ม16
รุมกระทืบการ์ดคุมผับดังย่านรังสิต-วงจรปิดจับภาพชัด
ร.ต.ท.ประพันธ์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนจ.อ.ทศพร
ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุหลังจากที่เลิกงานเวลาราชการ
ตนได้รับจ๊อบทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่
ดูรักษาความปลอดภัยหรือการ์ด
ให้กับสถานบันเทิงคลองเพลง 1 
ร่วมกับเพื่อนที่เป็นทหารอากาศ
ด้วยกันอีก 2 นาย คือ จ.ส.วรวิศ บำรุงเรือง
สังกัดสารวัตรทหารอากาศ 
และพ.อ.อ.จิรพันธ์ แสนสุข อายุ 41 ปี
สังกัด โยธาทหารอากาศ 

ขณะนั้นเวลา 01.00.น.เศษ
มีเจ้าหน้าที่ทหารบก กว่า 20 นาย 
แต่งกายคล้ายทหารแบบเต็มยศ
พร้อมปืนเอ็ม 16 ใช้รถฮัมวี่และรถกระบะบรรทุกกำลัง 
มาปิดล้อมทางเข้าออก

 จากนั้นมีทหารนายหนึ่งอ้างว่า เป็นผู้กองยศร้อยเอก
เดินปรี่เข้ามาในร้านพร้อมทั้งบอกว่า “..จะเข้ามาตรวจค้นร้าน”
ใครคุมอยู่ที่นี่ ทางจ.อ.ทศพรจึงเดินไปตามผู้จัดการร้าน
ออกมาพบแต่ทหารที่เหลือหลายสิบนาย 
ได้บุกเข้ามาด้านในพร้อมทั้งกระชากคอเสื้อ
จ.อ.วรวิศ และ พ.อ.อ.จิรพันธ์ และตนเองออกมาหน้าร้าน
จากนั้นลงมือชกต่อยกระทืบด้วยรองเท้าคอมแบ็ท
และใช้ด้ามอาวุธปืนเอ็ม 16 กระแทกตามใบหน้าและศรีษะ

ส่วนทหารที่เหลือยืนล้อมวงถืออาวุธปืน
คุมเชิงไม่ให้พวกตนต่อสู้
จากนั้น ทหารบกที่อ้างว่าเป็นผู้กองได้บอกกับพวกตนว่า
“พวก..จำ..ได้ไหมคืนนั้น..
มาเที่ยวและพวก..ไม่เกรงกลัว..”
วันนี้กูจะมาปิดร้านพวกมึง
จากนั้นได้แยกย้ายพากันขึ้นรถ
หลบหนีไปพวกตนจึงมาแจ้งความ

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRRd09URTVPVEkyTXc9PQ==&subcatid=

หนุ่มกรีดยางจุดไฟเผาฆ่าตัวตาย เครียดราคาตกหนี้ท่วม

หนุ่มกรีดยางทนความเครียดและกดดันไม่ไหว
อาศัยช่วงที่เมียมีไม่อยู่ซื้อน้ำมันก๊าดมาราดจุดไฟเผาฆ่าตัวตาย
มีคนช่วยนำส่ง รพ.แต่ไม่รอด เมียเผยตั้งแต่ยางราคาตก
รายได้รายของคอบครัวลดลงจนไม่พอกับรายจ่าย
ผัวเครียดมาตลอด จนคิดสั้นฆ่าตัวตาย 
เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 28 ส.ค. ร.ต.อ.ธนาธรณ์ พันธ์ชู
พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช
ได้รับแจ้งจาก รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ว่า
มีคนเผาตัวเองมาตายที่ รพ.ให้ไปพลิกศพและสอบสวนด้วย
หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.วินัย คงประพันธ์
รอง ผกก.สส.เจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจ เดินทางไปร่วมชันสูตรศพ
ทราบชื่อผู้ตายคือ นายพิทักษ์ชัย คงทองคำ อายุ 31 ปี
อยู่บ้านเลขที่ 137 หมู่ 3 ต.เขาโร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
จากการตรวจสอบและพลิกศพ พบสภาพศพมีร่องรอยถูกไฟไห้
ดำเกรียมตั้งแต่ศีรษะลงมาทั่วร่างกาย เป็นสาเหตุให้เสียชีวิต

สำหรับสาเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำญาติๆ
เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายมีอาชีพกรีดยางและมีอาการเครียด
ก่อนจะจุดไฟเผาตัวเองหมายจะฆ่าตัวตายที่บ้านพัก


ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.สุจิตร
ภรรยาของผู้ตายซึ่งยังอยู่ในอาการโศกเศร้าจากการจากไปของสามีว่า
ตนอยู่กินกับผู้ตายฉันสามีภรรยานานหลายปีและมีลูกด้วยกัน 2 คน
เป็นลูกชายกับลูกสาวซึ่งยังเล็กอยู่ และมีอาชีพรับจ้างกรีดยางพาราในหมู่บ้าน
เนื้อที่สวนยางประมาณ 5-6 ไร่ โดยก่อนหน้านี้ราคายางพาราอยู่ที่
กก.ละ 70-80 บาท ทางครอบครัวมีรายได้ส่วนแบ่งค่าจ้าง
กรีดยางวันละประมาณ 500-600 บาท หลังจากที่ราคายางตก
เหลือ กก.ละ 40 กว่าบาท ครอบครัวก็มีรายได้จากการกรีดยางลดลง
เหลือวันละประมาณ 200 บาทจึงทำให้รายได้ไม่พอกับรายจ่าย
น.ส.สุจิตรา กล่าวอีกว่า หลังจากที่ราคายางลดลง
ซึ่งส่งผลให้รายได้ของคนกรีดยางลดลงด้วย
จนไม่พอกับรายจ่าย เป็นอย่างนี้ต่อเนื่องกันหลายเดือนจนทำให้สามีคิดมาก
และมีอาการเครียด ต้องไปกู้ยืมเงินจากเพื่อนบ้าน
และนายจ้างเจ้าของสวนยางมาใช้จ่ายในครอบครัว
ทำให้มีหนี้สิน ประกอบกับลูกๆ ยังเล็กอยู่ เป็นเหตุให้สามีเครียดยิ่งขึ้น
จนคิดสั้น โดยอาศัยช่วงเช้าตรู่ขณะที่ตนออกไปสวนยางเพื่อเก็บน้ำยาง
โดยปล่อยให้สามีอยู่กับลูกๆ สามีได้แอบซื้อน้ำมันก๊าดมาราดตัว
แล้วจุดไฟเผาฆ่าตัวตาย แต่มีคนมาพบนำส่ง รพ.แต่ก็เสียชีวิตในที่สุด  


ทหารม้ารุมกระทืบทหารทอ. ..คืนความสุขให้กันและกัน

ทหารม้าบูรพาพยัคฆ์ รุมกระทืบ 
'สห.ทอ.' น่วมคาร้านอาหาร 

ไทยรัฐออนไลน์ http://www.thairath.co.th/content/446284



ทบ.จัดเต็มคืนความสุขให้ 3 สห.ทอ. จนกระอักเลือด
จากเหตุการณ์แค่เข้าไปเตือนเรื่องสูบบุหรี่ในร้านอาหาร
ย่านคลองหลวง 2 ครั้ง จนเหมือนทำให้ "ผู้กอง" ทหารม้า ม.พัน.30 เสียหน้า
เกิดความไม่พอใจ กลับไปเรียกลูกน้องพร้อมอาวุธครบมือ
มาช่วยรุมกระทืบพร้อม ขณะที่ "ประยุทธ์" ทราบเรื่องเตรียมฟันไม่เลี้ยง...
เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "น.ส.วาสนา นาน่วม"
นักข่าวสายทหาร นสพ.บางกอกโพสต์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก
ส่วน "Wassana Nanuam" ถึงเหตุการณ์ "ทหารบก" ยกพวกรุมสกรัม "สห.ทอ."
จากเหตุการณ์ไม่พอใจที่ถูกเตือนเรื่องสูบบุหรี่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง
เลยจัดเต็ม "คืนความสุขให้" โดยมีข้อความว่า
"ทบ.คืนความสุขให้ ทอ."!!!!
ผบ.หน่วยสั่งคุมตัว "ร้อยเอก" และขังทหารหลายคน
ที่ไปรุมทำร้าย สห.ทอ. รปภ.ผับ เมื่อคืนอังคารแล้วโดนตั้ง กก.สอบสวน
คาดโดนโทษหนักสุด รายงานแม่ทัพ 1 และ "นายกฯ ประยุทธ์" แล้ว....

หลังจากในโลกโซเชียลและไลน์ ได้มีการส่งต่อข้อความเหตุการณ์
"ทหารบก" คืนความสุขให้ "ทหารอากาศ" กันอย่างแพร่หลาย
ตั้งแต่บ่ายถึงค่ำ วานนี้ ว่า เมื่อคืน 26 ส.ค. 2557
ที่ร้านคลองเพลง ย่านนวนคร เขตคลองหลวง

โดยระบุว่า ได้เกิดเหตุทหารบกยกกำลัง 1 คันรถยีเอ็มซี พร้อมอาวุธครบมือ
ไปรุมทำร้าย สารวัตรทหารอากาศ ที่ไปรับจ็อบเป็น รปภ.
อยู่ในร้าน จำนวน 3 คน โดยฝ่ายทหารบก จับ สห.ทอ.ใส่กุญแจมือแล้วรุมทำร้าย
จนต้องนำส่งโรงพยาบาลภูมิพล 
จากการสอบสวนของตำรวจพบว่า
เหตุเกิดเนื่องจาก "พันตรี" คนหนึ่ง สูบบุหรี่ในร้าน ฝ่าย "สห.ทอ."
นอกเครื่องแบบ ที่มาเป็น รปภ.ร้าน มาเตือน 2 ครั้ง
จนฝ่าย พันตรี ไม่พอใจ เลยกลับไปนำทหารบกลูกน้อง
นั่งรถบรรทุกทหารมารุมทำร้าย สห.ทอ. ดังกล่าวนั้น
"ผบ.หน่วย ต้นสังกัดระบุ ไม่ใช่ "พันตรี" แต่เป็น "ร้อยเอก"
 ได้สั่งคุมตัวทันที "ร้อยเอก" และขังทหารหลายคนที่ไปรุมทำร้าย
สารวัตรทหารอากาศ (สห.ทอ.) 
รปภ.ร้าน "คลองเพลง" เมื่อคืนแล้ว
โดยมีการตั้ง กก.สอบสวน ความผิดวินัย คาดโดนลงโทษหนัก
โดย ผบ.หน่วย ได้รายงานผู้บังคับบัญชา ตามลำดับชั้น
ถึงแม่ทัพภาค 1 เรียบร้อยแล้ว คาดรายงานถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ผบ.ทบ./หัวหน้า คสช. และในฐานะนายกรัฐมนตรี ด้วย
คาดเจอโทษขั้นหนักสุด โดยทาง ทบ.ได้มีคำสั่งกวดขัน ผบ.หน่วยทั้งหมด
ให้ดูแลกำลังพล ไม่ให้ไปก่อเหตุเช่นนี้อีก หากปล่อยให้เกิดอีก จะโดนลงโทษขั้นสูงสุด"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหน่วยทหารบกที่รุมทำร้ายทหารจาก สห.ทอ. จนบาดเจ็บ
ในเบื้องต้นได้รับการเปิดเผยจากนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพบก ว่า
 เป็นทหารจากหน่วย ม.พัน.30 รอ. สังกัด กองพลทหารราบที่ 2
รักษาพระองค์ อันเป็นหน่วย "บูรพาพยัคฆ์" นั่นเอง.