วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เกาะติดเกาะเต่า CSI LA ภาค2

เกาะติดเกาะเต่า CSI LA Thailand ภาค2
สะกดอารมณ์คนอ่านปะติดปะต่อเป็นตอนๆ 
ว่าด้วยตอน "นายตำหนวดทำลายหลักฐาน"
"ตอนโดนมอมยา" 
และตอน"คนร้ายหนีไปต่างประเทศ"

คดีเกาะเต่า ซีซั่น2 ตำรวจอังกฤษ ชี้ มาเฟียเกาะเต่าเป็นคนสังหาร

ฉีกหน้าโปลิสไทย ผบ.ตร.ซึมลึกลาพัก 3 วัน












แฉ “ข้อมูลลับคดีเกาะเต่า” ในมือตำรวจอังกฤษ 
ส่อเค้าคดีบานปลาย เชื่อ 2 หม่องคนร้ายถูกยัดข้อหาให้เป็นแพะ 
เพื่อนซี้คนตาย “คริสโตเฟอร์ อลันแวร์” พลิกสถานการณ์
จากเคยตกเป็นผู้ต้องสงสัยกลายเป็นพยานให้นักสืบผู้ดี
มีหลักฐานฉีกหน้าโปลิศไทย ระบุมาเฟียเกาะเต่าเป็นคนสังหาร 
“ฮันนาห์-เดวิด” หลังรุมมอมยาและรุมโทรมข่มขืนแหม่ม
 “สมยศ” ซึมสถานการณ์กดดันหนักถึงกับป่วย 
อ้างหลังเดี้ยงลาพัก 3 วัน

คดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ น.ส.ฮันนาห์ วิทเธอร์ริดจ์ กับ นายเดวิด มิลเลอร์ กลายเป็นคดีโด่งดังระดับโลกไปแล้ว และจุดจบคดีส่อเค้าจะพลิกจากที่ตำรวจไทยทำสำนวนไว้
ถึงแม้เหตุการณ์จะผ่านมาได้เดือนเศษแล้ว และตำรวจไทยสามารถปิดคดีด้วยการจับ นายเวฟิน หรือ วิน และ นายซอ ลิน หรือ โซเรน 2 ผู้ต้องหาแรงงานหลบหนีเข้าเมืองชาวพม่า และอยู่ระหว่างส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาเพื่อสั่งฟ้อง แต่ปรากฏว่ามีการเคลื่อนไหวจากรัฐบาลอังกฤษ – พม่า และกลุ่มสิทธิมนุษยชนต่างๆ ออกมากดดันรัฐบาลไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพิ่มความเข้มข้นของการรื้อฟื้นคดีขึ้นใหม่เป็นลำดับ
จากที่เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา นายมาร์ค เคนท์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เดินทางเข้าหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ตกลงกับนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เรื่องส่งทีมสืบสวนมาไทย นายเคนท์ กล่าวว่า หลักการทำงานเป็นของไทย แต่ทางอังกฤษมาเพื่อให้คำแนะนำ รับฟังข้อมูลจากฝ่ายไทยเกี่ยวกับกระบวนการและวิธีการสืบสวนที่ผ่านมา และอังกฤษพร้อมให้การสนับสนุนทางไทยหากร้องขอ
ในวันเดียวกัน นายแอนดี ฮอล นักกฎหมายชาวอังกฤษ ในฐานะที่ปรึกษาฝ่ายกฏหมายต่างประเทศ เครือข่ายเพื่อสิทธิมนุษยชนแรงงานข้ามชาติ เข้าเยี่ยม 2 นักโทษชาวพม่าที่เรือนจำ อ.สมุย จ.สุราษฎร์ธานี พบร่างกายบาดเจ็บหลายแห่ง รวมทั้งข้อเท้าที่เกิดจากการตีตรวน ต่อมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวผู้ต้องหาไปตรวจร่างกายยังโรงพยาบาลเกาะสมุย และเอกซเรย์ที่ทรวงอกซึ่งผลการตรวจจะแจ้งต่อคณะทำงานและเจ้าหน้าที่ต่อไป
รายงานแจ้งว่า เกี่ยวกับคดีนี้ แม้ฝ่ายตำรวจจะสรุปสำนวนปิดคดีไปแล้ว แต่ยังปิดไม่ลง เพราะอัยการตีกลับมาสอบสวนประเด็นต่างๆ ถึง 2 รอบ ยิ่งเพิ่มความพิรุธให้เกิดเป็นประเด็นใหม่ขึ้นมาอีก โดยกลุ่มที่ยังปักใจไม่เชื่อว่า 2 ผู้ต้องหาชาวพม่าจะเป็นตัวจริง โดยได้โพสต์ข้อความในโลกโซเชียลรวมทั้งการวิพากษ์วิจารณ์ในแง่มุมต่างๆ
จับประเด็นได้ว่า การที่อังกฤษยื่นมือเข้ามาอย่างไม่ต้องเกรงใจรัฐบาลไทยนั้น น่าจะมาจากคดีเก่าๆ ที่พลเมืองเขาต้องมาสังเวยชีวิตในสยามเมืองยิ้ม ปีละหลายๆ ศพ ล่าสุด ที่เกาะเต่า หลังจากที่ นายคริสโตเฟอร์ อลันแวร์ เพื่อนสนิทนายเดวิด มิลเลอร์ กลับไปยังมาตุภูมิเรียบร้อย มีการเผยรายละเอียดกับสื่ออังกฤษ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของเขาอย่างละเอียดทุกแง่มุม
โดยเปิดประเด็นจาก นายคริสโตเฟอร์ อลันแวร์ มีสัมพันธ์กับนายเดวิด มิลเลอร์ แบบคู่เกย์จึงตัดไปได้ว่าเดวิดผู้ตายจะไปมีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวที่ไหนนอกจากคบหากันแบบเพื่อน ดังนั้น ข้อสันนิษฐานของตำรวจไทย หรือคำสารภาพของผู้ต้องหาชาวพม่าทั้ง 2 ที่ระบุว่าเห็นคนตายพลอดรักกัน จนทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศ และเข้าไปทำร้ายร่างกายก่อนข่มขืน ฆ่าปิดปากนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้
นอกจากนั้น ข้อมูลบางอย่างที่อังกฤษให้ความสนใจ ก็คือ กลุ่มอิทธิพลบนเกาะเต่า ซึ่งชาวบ้านหรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ไทยก็ทราบกันดีว่าเป็นใครบ้าง การข่าวจากนักสืบสกอตแลนด์ยาร์ดที่เคยมาสังเกตการณ์คดีอื่นๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้ามากมายหลายคดี แต่มิได้แจ้งกับทางการไทยก็พบว่าขบวนการมาเฟียใหญ่อยู่ที่แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลเป็นส่วนใหญ่ ทั้งเกาะพะงัน เจ้าตำรับฟลูมูนปาร์ตี อันเป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติดระดับโลก หรือที่เกาะเต่า ล้วนมีผลประโยชน์เกี่ยวเนื่อง
นอกจากนั้น ในวันเกิดเหตุผลการสืบสวนของอังกฤษ กลับตรงข้ามฝ่ายไทยอย่างสิ้นเชิง โดยเชื่อว่าระหว่างคนตายกับเพื่อนๆ ออกมาปาร์ตีกันอยู่ มีกลุ่มฆาตกรเฝ้าจับตาอยู่ห่างๆ ซึ่งวิธีการมอมเหล้านั้นมีหลายรูปแบบ ทั้งเพิ่มสีสันบรรยากาศ หรือเข้าไปตีสนิท จนถึงแอบผสมยาเสพติดบางชนิดในเครื่องดื่มอันเป็นวิธีที่กลุ่มมาเฟียประจำเกาะใช้จัดการกับเหยื่อ
และเมื่อดูตามรูปการณ์ มีความเป็นไปได้ว่าคนร้ายอาจจะปฏิบัติการช่วงแยกย้ายกันกลับที่พัก พอสบโอกาสก็ลากตัวน.ส.ฮันนาห์ วิทเธอร์ริดจ์ ไปข่มขืน แต่เนื่องจากเป็นการล่วงละเมิดในลักษณะที่คนตายเมามายไม่ได้สติ จึงมิได้ขัดขืน ซึ่งตรงกับการชันสูตรศพที่พบว่าไม่มีร่องรอยถูกทำร้ายตามร่างกาย มีแต่บาดแผลฉกรรจ์ที่ใบหน้าจนเสียชีวิต
ในระหว่างนั้น นายมิลเลอร์ มาเห็นจึงเข้าช่วย จึงถูกทำร้ายก่อนลากไปทิ้งให้จมน้ำตาย อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้อาจไม่ชัดเจนนัก เพราะ นายคริสโตเฟอร์ อลันแวร์ แทนที่จะเป็นพยานปากสำคัญให้ทางการไทย เมื่อรีบปล่อยกลับประเทศ เขาก็กลายเป็นพยานสำคัญของสกอตแลนด์ยาร์ด เกมเปลี่ยน แรงกดดันจึงมาตกที่ทางการไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ส่วนฆาตกรตัวจริงที่ทางอังกฤษจับตานั้น เป็นผู้ต้องสงสัยกลุ่มเดิมๆ ซึ่งไม่พ้นลูกหลานผู้มีอิทธิพลบนเกาะเต่าเจ้าเก่านั่นเอง มีการระบุด้วยว่าพวกนี้ปลูกรากฝังลึกมาเป็นเวลานาน มีธุรกิจหลายอย่างทั้งสีเทา สีดำ และสีขาว มีอิทธิพลการเงินสูง เป็นที่เกรงอกเกรงใจของเจ้าหน้าที่ไทยบางคน จนชาวบ้านไม่กล้าพูด เพราะกลัวเภทภัยถึงตัว อีกทั้งพฤติกรรมของมาเฟียกลุ่มนี้เป็นที่กล่าวขานกันทั้งเกาะในความโหด เลว ไม่มีดี มีเรื่องล่อลวงนักท่องเที่ยวหญิงไปอนาจารกันเป็นประจำ และ น.ส.ฮันนาห์ วิทเธอร์ริดจ์ ก็คือ 1 ในเหยื่อ
คดีฆาตกรรมบนเกาะเต่า กลับมาถึงจุดเริ่มต้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มีหน้าตาของสยามเมืองยิ้ม และเก้าอี้สำคัญๆ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ วางเป็นเดิมพันด้วย จริงอยู่แม้ไม่มีใครละเมิดอำนาจอธิปไตยของไทยได้ แต่เราเองก็จำเป็นต้องใช้ความจริง ความสุจริต พิสูจน์ให้ชาวโลกประจักษ์ หากอังกฤษไม่มีดี ไม่มีไต๋อยู่ในมือ มีหรือจะเดินหน้ากดดันไทยอย่างหนัก แถมยังยกข้อตกลงระหว่าง “ผู้นำ กับ ผู้นำ” มาดักคอกันล่วงหน้า
จนข่าววงในลือกันขนาดว่า นักสืบสกอตแลนด์ยาร์ดแฝงตัวมาก่อนหน้าและได้ตัวอย่างดีเอ็นเอจาก 2 หม่องไปเรียบร้อยแล้วอยู่ระหว่างพิสูจน์เทียบกับดีเอ็นเอ ที่พบในศพ น.ส.ฮันนาห์ วิทเธอร์ริดจ์ ซึ่งหากตรงสามารถอธิบายได้ตำรวจไทยก็รอดไป แต่ถ้าไม่? อะไรจะเกิดขึ้น
ระหว่างรอความเป็นไปด้วยใจระทึกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันเดียวกันนี้ มีแต่ความเงียบเหงา มีรายงานว่าตัวจักรสำคัญของคดีเกาะเต่า คือพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร. ปิดประตูไม่รับแขก มีแต่เพียงเจ้าหน้าที่ในสำนักงานฯ 4-5 คน ปฏิบัติหน้าที่กัน เมื่อสอบถามจึงทราบว่าท่าน ผบ.ตร. เกิดอาการเจ็บหลังอย่างหนัก และลาหยุดเป็นเวลา 3 วัน ส่วนอีกมุมของอาคาร 1 อันเป็นห้องทำงานของ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ฝ่ายกฎหมาย มีแผ่นกระดาษเขียนแปะหน้าห้องว่าลาไปราชการต่างประเทศกลับวันที่ 28 ต.ค.
เป็นอันว่าถ้าตำรวจ 2 นายนี้มาไม่ทันรับทีมสกอตแลนด์ยาร์ดที่ตอนนี้เปิดตัวอยู่เมืองไทยแล้ว ก็คงให้พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดารรท. รอง ผบ.ตร. ฝ่ายความมั่นคง ผู้มีบทบาทในคดีเดียวกันรับหน้าเสื่อไปพลางก่อน
ที่มา ไทยอินโฟเน็ต
ด้านเฟสบู๊คเพจดัง CSI LA เกาะติดเกาะเต่า 
อธิบายละเอียดยิบ สะกดคนอ่านปะติดปะต่อเป็นตอนๆ 
ว่าด้วยตอน "นายตำหนวดทำลายหลักฐาน"
"ตอนโดนมอมยา" 
และตอน"คนร้ายหนีไปต่างประเทศ"
































ส่วนแฟนเพจไม่น้อยหน้า 
กัดติดเกาะเต่าส่งบทความชวนเที่ยวเกาะตู้
กัดนี้เจ็บลึกวงการขบวนการยุติธรรมราชอาณาจักรไทยแลนด์



แชร์ว่อนคลิปหัวหน้าศาลภูเก็ต ฉะทหาร ติดอาวุธเข้าพื้นที่



คลิปหัวหน้าศาลภูเก็ต ฉะ ทหาร ติดอาวุธเข้าพื้นที่ 
ลั่นอย่ามาแสดงอำนาจบาตรใหญ่ที่นี่
รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (25 ต.ค. 57) ในโลกออนไลน์
ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเมื่อปรากฎคลิป 
“ทหารใหญ่มาจากไหนไม่รู้ แต่กูจะไล่” ซึ่งเผยให้เห็นภาพ
การปะทะคารมกันระหว่างนายทหารท่านหนึ่ง
กับหัวหน้าศาลจ.ภูเก็ตโดยสาเหตุที่ทำให้เกิดหตุนั้น
เป็นเพราะหัวหน้าศาลจ.ภูเก็ต 
ไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่ทหารติดอาวุธเข้ามาในพื้นที่ 
แม้จะเป็นเขตใช้กฎอัยการศึก 
แต่ไม่สมควรเพราะสร้างความตื่นตกใจให้ประชาชน
ซึ่งหัวหน้าศาลจ.ภูเก็ต กล่าวกับจนท.ทหารอย่างมีอารมณ์ว่า 
ห้ามติดอาวุธเข้ามาในพื้นที่ ขนาดตำรวจเข้ามายังไม่พกอาวุธ 
บอกให้ไล่ลูกน้องทหารที่มีอาวุธออกไป 
อย่ามาแสดงอำนาจบาตรใหญ่ที่นี่ ด้านทหารในเครื่องแบบ
ที่เจรจราก็โต้ตอบอย่างใจเย็น บอกว่าถ้าไม่อนุญาต
ก็จะให้ลูกน้องทหารออกไป
ทั้งนี้แมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป 
ส่วนใหญ่โจมตีการทำหน้าที่ของทหาร 
ทหารไม่รู้หน้าที่และธรรมเนียมปฏิบัติ 
กฎอัยการศึกไม่ได้มีไว้ให้ละเมิดสิทธิและหน้าที่ของใคร 
ใหญ่มาจากไหนถึงพกอาวุธเข้าไป ขณะที่บางส่วนบอกว่า
ไม่อยากด่วนตัดสิน เพราะคลิปเป็นเหตุการณ์เพียงบางส่วนเท่านั้น

ที่มา MThai 

วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557

จีนผงาดเป็นผู้นำชาติเอเชียตั้งธนาคารรัฐต่อรัฐ AIIB

จีนผงาดตั้งธนาคารกู้ยืมเงินรัฐต่อรัฐ 
ธนาคาร AIIB Asian Infrastructure Investment bank launched in China




































BEIJING (AP) — China and 20 other Asian nations signed on Friday to a new Beijing-backed international bank for Asia that Washington opposes as an unnecessary rival to established institutions such as the World Bank.

Representatives of the 21 nations signed a memorandum of understanding at the Great Hall of the People in the heart of Beijing to establish the Asian Infrastructure Investment Bank.

The new bank reflects both China's desire to push investment in the region and its frustration with U.S., Japanese and European dominance of the World Bank, International Monetary Fund and Asian Development Bank.

The new lender would fund the construction of roads, railways, power plants and telecommunications networks in Asia that global finance officials say are needed to keep the region's economies humming along.

Those taking part include regional economic power such as India along with smaller but economically vibrant nations such as Singapore, Vietnam, the Philippines and Mongolia. Absent are U.S. allies Japan, South Korea and Australia, whose membership was sought by China.

Chinese President Xi Jinping proposed the bank a year ago at a gathering of Asia-Pacific nations, and China has said it will provide most if not all of the initial $50 billion in capital.

Overseeing the signing ceremony, Chinese Finance Minister Lou Jiwei said the move marked a new stage in preparations for the bank's formal establishment, the date for which hasn't been given.

"We hope that through our joint efforts we can build the AIIB into a professional and efficient financing platform for infrastructure," Lou said. He described the future bank as a "multi-national financial institution which is fair, just, open ... with a good governance structure."

In a nod to concerns the bank could undercut existing institutions, Lou said it would complement the existing multi-national financial institutions and "is committed to regional infrastructure and sustainable development."

China also is backing another $50 billion-lending institution, the New Development Bank, sponsored by the so-called BRICS countries that also include Russia, India, Brazil and South Africa.

The planned capital of the Chinese-backed development banks is relatively small compared with existing institutions. The World Bank's capital is about $220 billion and the Asian Development Bank has $175 billion capital.

U.S. objections dwell mainly on worries the new infrastructure bank could lower international lending standards and work against existing multination lenders by offering laxer environmental, labor and other safeguards for loans that are intended to prevent abuses and protect vulnerable populations.

U.S. Treasury Secretary Jacob Lew expressed some of those concerns publicly at a conference in Washington earlier this month, although U.S. officials have mostly been pushing back against the bank's establishment quietly, including with off-the-record briefings to media.

Behind Washington's concerns is also its long-standing mistrust of Beijing's efforts to use its economic heft to bring countries into its political orbit and draw them away from the U.S.

Also signing on to the bank are Bangladesh, Brunei, Cambodia, Kazakhstan, Kuwait, Laos, Malaysia, Myanmar, Nepal, Oman, Pakistan, Qatar, Sri Lanka, Thailand and Uzbekistan.

China is already a major financier of roads, railways and other infrastructure projects carried out by large state-run Chinese companies and paid for with loans provided by policy banks such as the China Development Bank or the Export-Import Bank of China.

China expects private financial institutions and other players will provide another $50 billion capital for the AIIB, though the total would still well below that of the ADB.

Officially, World Bank President Jim Yong Kim has welcomed the new institution, saying the developing world's massive need for about $1 trillion per year in infrastructure financing far outstrips the ability of private finance to fund it.

ADB President Takehiko Nakao also has welcomed the new bank, saying it would substantially boost the amount of funding available while forcing his red tape-laden institution to reform.

The ADB estimates developing Asian countries will need to invest $8 trillion in infrastructure from 2010 to 2020 just to keep their economies moving forward, only a tiny fraction of which can be provided by the ADB.

Source: http://defence.pk/threads/21-countries-initiate-new-china-backed-asian-bank-opposed-by-us-as-rival-to-existing-lenders.340442/#ixzz3H7SqDb3d

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เธอถูกคุกคามทางโทรศัพท์หลังเคลื่อนไหวไม่เห็นด้วยค่านิยม12ประการ

คสช.บอกว่าเป็นเรื่องของคนส่วนน้อย
ที่ออกมาต่อต้านท่องจำค่านิยม 12ประการ
และไม่สนใจแต่เหตุใดมีการโทรศัพท์ไปคุกคามนักเรียน

นางสาวณัฐนันนท์ วรินทรเวช เธอถูกคุกคามทางโทรศัพท์
หลังออกมาเคลื่อนไหวไม่เห็นด้วยกับนโยบายการศึกษา
ให้นักเรียนท่องจำค่านิยม 12 ประการ
ตามหลักสูตรการเรียนคสช.









































ค่านิยม12ประการ การศึกษาที่ถูกยัดเยียดทุกรูปแบบในระบบการปกครองอำนาจค่านิยมเผด็จการ


ยัดเยียดการศึกษาหลายรูปแบบ
ผ่านแนวคิดท่องจำค่านิยม 12 ประการ
ตามแนวทางระบอบเผด็จการอำนาจนิยม









































ท่องอย่างเดียวถกเถียงไม่ได้ 
ค่านิยม12ประการที่รัฐนำเงินงบประมาณ
ไปละเลงใช้จ่ายอ้างเป็นนโยบาย

วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ทักษิณสู้ชุดที่3 เราจะไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา




ไทยชวดเก้าอี้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน







เมื่อวันอังคาร ที่ประชุมสมัชชาใหญ่
แห่งสหประชาชาติในนครนิวยอร์ก 
ลงมติเลือก 15 ประเทศเข้าเป็นสมาชิก
ในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน 
มีวาระ 3 ปี เริ่มในวันที่ 1 มกราคม 2558


ชาติภาคีของยูเอ็นได้ลงมติเป็นการลับ
เลือกประเทศแอลเบเนีย บังกลาเทศ เอลซัลวาดอร์ 
กานา ลัตเวีย เนเธอร์แลนด์ ไนจีเรีย ปารากวัย โปรตุเกส 
และกาตาร์ เป็นสมาชิกยูเอ็นเอชอาร์ซี


พร้อมกับโหวตให้อีก 5 ประเทศที่จะครบวาระในสิ้นปีนี้
ได้เป็นสมาชิกต่อไปอีกหนึ่งสมัย 
คือ โบลิเวีย บอตสวานา คองโก อินเดีย และอินโดนีเซีย


ที่นั่งในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน มีการจัดสรรให้กลุ่มประเทศต่างๆ 
โดยภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ได้รับโควต้า 4 ประเทศ 
ในการโหวตเมื่อวันอังคาร มี 5 ประเทศยื่นใบสมัคร 
คือ บังกลาเทศ อินโดนีเซีย อินเดีย ไทย และกาตาร์


ทั้งนี้ อินเดียได้รับเสียงโหวต 162 เสียง, 
อินโดนีเซียได้ 152 เสียง, บังกลาเทศได้ 149 เสียง 
และกาตาร์ได้ 142 เสียง ขณะที่ประเทศไทยได้ 136 เสียง


ก่อนหน้าการโหวตดังกล่าว บรรดาองค์กรสิทธิมนุษยชน
ระดับโลกออกแถลงการณ์เรียกร้องไทยยกเลิกกฎอัยการศึก 
หยุดควบคุมสื่อ เคารพเสรีภาพในการแสดงออก
และสิทธิการชุมนุมโดยสงบ 
และยกร่างรัฐธรรมนูญอย่างโปร่งใสและเปิดกว้าง







http://www.rappler.com/world/regions/asia-pacific/72690-thailand-un-human-rights

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ถ้าใช้เวลา"ปฎิรูป" 1 ปี ต้องใช้เงินในกระเป๋าของท่านอย่างน้อยเท่าไหร่?



ตอนเป็นเด็กผมตกวิขาเลขคณิตเป็นประจำ
ต่อไปนี้ผมจะยกตัวเองบางอย่างมาให้ท่านทราบ แล้วช่วยผมด้วยว่าผมบวกเลขผิดหรือถูก
โจทย์ที่ได้มา คือ

ประธาน สปช.1 คน 
เงินเดือนประจำตำแหน่ง 44,420 บาท 
เงินเพิ่ม 45,000 บาท
รวมเป็นเงิน 119,420 บาท

รองประธาน สปช. 2 คน
เงินเดือนประจำตำแหน่ง 73,240 บาท
เงินเพิ่ม 42,000 บาท
รวมเป็นเงิน 115,740 บาท
รวม 2 คน เป็นเงิน 231,480 บาท

สมาชิก สปช.247 คน
เงินเดือนประจำตำแหน่ง 71,230 บาท
เงินเพิ่ม 42,330 บาท
รวมเป็นเงิน 113,560 บาท 
รวม 247 คน เป้นเงิน 28,049,320 บาท 

หมายถึงทั้งหมดต้องใช้เงินภาษีของท่าน 
เดือนละ 28,400,420 บาท 
ปีละ 340,802,040 บาท

ถ้าใช้เวลา"ปฎิรูป" 1 ปี ต้องใช้เงินในกระเป๋าของท่าน - สามร้อยสี่สิบล้านแปดแสนสองพันสี่สิบบาทถ้วน 
ถามว่า ถ้าใช้เวลา"ปฎิรูป" เกิน 1 ปี เช่น 1 ปีครึ่ง 2 ปี หรือ 2 ปีครึ่ง หรือ 3 ปี
เราจะต้องจ่ายเงินภาษีในกระเป๋าของเราให้ "ไอ้พวกหอกหัก"เป็นเงินจำนวนเท่าใด

ท่านอยากจะอ้วกไหม 
ท่านคิดว่า ค่าเป่าขลุ่ยของ สปช.น.น่าจะแพงถึงขนาดนั้นเชียวหรือ ?